Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

ฝึกนิสัยการเข้านอนของลูกอย่างไร?

วิธีฝึกนิสัยการเข้านอนให้กับลูกน้อยตั้งแต่เล็กๆ การฝึกนิสัยที่ดีในการเข้านอนของลูกจะช่วยให้เวลาหลังจากนี้เป็นเรื่องง่ายขึ้น เมื่อลูกอายุ 6 เดือน เขาจะสามารถนอนหลับได้ตลอดคืน

ดังนั้น คุณจึงสามารถเริ่มต้นฝึกให้ลูกเข้านอนได้ตั้งแต่เขาอายุ 6-8 สัปดาห์

นอนกลางวันตามกำหนด

ให้ลูกนอนกลางวันตามกำหนดเวลาปกติ พร้อมกำหนดเวลาเข้านอนตอนกลางคืน อาจมีช่วงการลองผิดลองถูกในช่วงที่พยายามค้นหาว่าลูกน้อยต้องการนอนมากน้อยเพียงใด แต่อย่ากลัวที่ต้องปลุกลูกหากคุณคิดว่านอนนานเกินไป

ทำให้ลูกรู้ความแตกต่างระหว่างกลางคืนกับกลางวัน

สำหรับลูกน้อยแล้ว กลางคืนและกลางวันแทบจะไม่แตกต่างกันเลย หากต้องการให้ลูกน้อยบ่มเพาะนิสัยนอนหลับสั้นๆ ช่วงกลางวันและนอนหลับยาวในช่วงกลางคืน คุณแม่ต้องทำให้เขาเห็นถึงความแตกต่างระหว่างกลางวันกับกลางคืนโดยจัดสภาพแวดล้อมตอนกลางวันให้มีแสง สว่างตามปกติ มีเสียงแม้ในช่วงที่เขานอนกลางวัน ไม่จำเป็นว่าทุกอย่างต้องเงียบกริบ อย่าพยายามปิดกั้นโลกภายนอก และเมื่อถึงเวลากลางคืน บ้านต้องมืด เงียบสงบ ปิดผ้าม่าน ลดเสียงให้เบาที่สุด และปิดโทรทัศน์ ในไม่ช้า ลูกน้อยจะรู้ความแตกต่างได้

การเตรียมลูกน้อยให้พร้อมสำหรับเวลาเข้านอน

  • เริ่มด้วยการอาบน้ำอุ่นให้ลูกและเล่นกับเขาเบาๆ

  • สวมชุดนอนผ้าเนื้อนุ่มให้ลูก หรี่ไฟ อุ้มลูกไว้ในห้องนอนที่เงียบสงบ

  • อุ้มลูกไว้พร้อมกับให้ลูกดูดนมมื้อสุดท้ายของวัน

  • ร้องเพลงกล่อมเด็กหรืออ่านนิทานก่อนนอนให้ลูกฟัง ใช้น้ำเสียงที่เบาและนุ่มนวล แล้วค่อยๆวางลูกลงในเปลที่มีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ด้วย คุณควรอุ้มหรือกอดของเล่นเหล่านั้นให้มากๆ เพื่อให้มีกลิ่นกายของคุณติดอยู่ ซึ่งจะช่วยให้ง่ายขึ้น

  • ปิดไฟกลางห้องแต่เปิดโคมไฟหัวเตียงไว้เพื่อช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจ

ลูกร้องไห้เวลาเข้านอน...ทำอย่างไร?

บางคนเชื่อว่าควรปล่อยให้ลูกน้อยส่งเสียงร้องไห้ เพื่อให้ลูกเรียนรู้ที่จะนอนหลับด้วยตัวเอง แต่คุณอาจเลือกใช้วิธีนี้ที่ดูนุ่มนวลกว่าและได้ผลพอๆกัน นั่นคือเมื่อลูกเริ่มร้องงอแงยามคุณเดินออกจากห้อง คุณควรลูบศีรษะของเขา และพูดเบาๆว่า "ราตรีสวัสดิ์จ้ะ แม่รักลูกนะ" ก่อนออกจากห้อง หลังจากนั้น 5 หรือ 10 นาทีจึงเข้าห้องไปใหม่ ทำแบบเดิมซ้ำอีกจนกระทั่งลูกน้อยหลับ
คุณแม่และลูกแต่ละคู่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นอย่าเครียดมากเกินไปหากไม่ได้ผล ทั้งคุณและลูกอาจต้องใช้เวลาปรับตัว

Web Content Display Web Content Display

 

บทความที่เกี่ยวข้อง