Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

ระยะต่างๆของการคลอด

ระยะการคลอดแบ่งเป็น 3 ระยะนั้น มีอะไรบ้าง? การเจ็บท้องคลอดเป็นกระบวนการที่มดลูกเริ่มหดรัดตัวและปากมดลูกของคุณแม่จะเปิดขยายเพื่อให้ทารกสามารถเคลื่อนผ่านออกมาสู่โลกภายนอก แบ่งเป็น 3 ระยะ

ระยะ 1

ประกอบด้วยระยะย่อยๆ ต่อไปนี้

  • ระยะเริ่มต้น: ปากมดลูกของคุณแม่จะเริ่มบางตัวและเปิดกว้างออกจนถึง 10 เซนติเมตร
  • ระยะเร่ง: เป็นระยะเบ่งคลอดที่คุณแม่จะเบ่งคลอดลูกน้อยออกมา
  • ระยะเปลี่ยนผ่าน:จะเป็นระยะคลอดทารก 

การคลอดระยะที่หนึ่งอาจใช้เวลานานหลายชั่วโมง หรืออาจยาวนานเป็นวันๆ ดังนั้น คุณแม่จึงไม่ควรตกใจเมื่อเริ่มต้นเจ็บท้อง 

ช่วงต้นของการเจ็บท้องคลอด...จะรู้สึกอย่างไร?

อาการแรกสุดของการเจ็บท้องคลอด ก็คือ รู้สึกปวดหน่วงๆ คล้ายกับปวดท้องประจำเดือน คุณแม่อาจมีอาการท้องผูก ท้องเฟ้อ ปวดท้องหรือปวดหลังร่วมด้วย บางท่านอาจท้องเสีย รู้สึกไม่สบาย คลื่นไส้อาเจียน ทั้งนี้ เพราะในระยะเริ่มต้นของการเจ็บท้องคลอด ระบบการย่อยอาหารจะทำงานช้าลง เมื่ออาการค่อยๆเปลี่ยนไปเป็นปวดรุนแรงเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ หรือที่เรียกว่า การหดรัดตัวของมดลูก  คุณแม่ก็จะทราบว่ากำลังเข้าสู่ช่วงของการเจ็บท้องคลอดแล้ว 

มีมูกขาวข้นออกทางช่องคลอด

ในระยะเริ่มต้นของการคลอดหรือก่อนหน้านั้น มูกที่บริเวณคอมดลูกหรือมูกปนเลือดจะหลุดออกมาเปรอะกางเกงชั้นในหรือในขณะที่คุณเข้าห้องน้ำ หรือเรียกกันว่า มีมูกเลือดออกจากทางช่องคลอด แต่ก็ไม่เสมอไปว่าทุกคนจะต้องมี ดังนั้นอย่ากังวลใจถ้าคุณแม่ไม่มีมูกออกมาทางช่องคลอด บางครั้งมูกอาจออกมาในระยะอื่นของการเจ็บท้องคลอดก็ได้ 

น้ำเดิน

"น้ำเดิน" ที่จริงแล้วก็คือน้ำคร่ำซึ่งคอยรองรับลูกน้อยในช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์ เมื่อจะคลอดลูกถุงน้ำคร่ำจะแตกออกทำให้น้ำคร่ำไหลออกมาจากช่องคลอด คุณแม่บางท่านอาจได้ยินเสียง " โพละ " เบาๆเมื่อถุงน้ำคร่ำแตก บางท่านอาจจะมีน้ำไหลออกมาเพียงเล็กน้อย แต่บางท่านก็ออกมามาก

หากน้ำคร่ำเดินตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการเจ็บท้องคลอด คุณแม่อาจมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ ดังนั้นจึงต้องรักษาความสะอาดบริเวณปากช่องคลอด จึงไม่ควรใส่ผ้าอนามัยแบบสอด มีเพศสัมพันธ์ หรือลงแช่น้ำอุ่น และควรติดต่อสูติแพทย์ที่ดูแลโดยทันที เพื่อตรวจเช็คว่าถึงเวลาใกล้คลอดแล้วหรือยัง

การเจ็บท้องคลอด

การเจ็บท้องคลอดเกิดจากการหดรัดตัวและผ่อนคลายเป็นจังหวะๆของกล้ามเนื้อบริเวณท้องและหลังของคุณแม่ ในระยะนี้ มดลูกจะหดรัดตัวรุนแรงขึ้น นานขึ้น และถี่ขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติช่วงเริ่มต้น มดลูกจะหดรัดตัวทุกๆ 10 นาที โดยแต่ละครั้งกินเวลานาน 40 วินาที เมื่อถึงเวลาใกล้คลอดแล้ว มดลูกก็จะหดรัดตัวทุกๆ 30 วินาที และแต่ละครั้งกินเวลานานกว่า 1 นาที อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ย คุณแม่แต่ละท่านอาจมีระยะเวลาการบีบรัดตัวของมดลูกแตกต่างกันไป 

ระยะที่ 2

เริ่มขึ้นเมื่อปากมดลูกของคุณแม่เปิดกว้างออกถึง 10 เซนติเมตร และจะสิ้นสุดลงเมื่อทารกคลอดออกมา หากเป็นท้องแรก ระยะที่สองอาจใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้น แต่หากไม่ใช่ท้องแรก ก็จะใช้เวลาสั้นกว่านั้นมาก บางครั้งเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น
 
การเบ่งคลอด โดยธรรมชาติแล้ว ร่างกายของคุณแม่จะบอกเองว่าเมื่อไหร่ควรเบ่งคลอด คุณแม่จะมีความรู้สึกอยากเบ่งจนสุดที่จะกลั้นไว้ได้ เมื่อหัวลูกโผล่พ้นออกมาทางช่องคลอด คุณหมออาจขอให้คุณแม่หยุดเบ่งก่อนและกลั้นลมเบ่งไว้ด้วยการหายใจสั้นๆ ตื้นๆ คล้ายคนหอบ ระยะเจ็บเบ่งนี้ เป็นระยะที่มีความละเอียดอ่อน ต้องระวังไม่ให้ปากช่องคลอดฉีกขาดมากเกินไป จากนั้น เมื่อกล้ามเนื้อขยายออกและมดลูกหดรัดตัวรอบใหม่ คุณแม่จึงค่อยออกแรงเบ่งอีกครั้ง และในที่สุดทารกก็จะคลอดออกมา คุณหมอจะสำรวจทารก ตัดสายสะดือ ให้กับทารก" ทำความสะอาดและห่อผ้าก่อนส่งให้คุณแม่อุ้ม

ระยะที่ 3

เป็นช่วงของการคลอดรก การคลอดระยะที่สามนี้จะใช้เวลาประมาณ 5 –15 นาที หากมีการฉีดยาเพื่อช่วยเร่งการคลอดทารกให้เร็วขึ้น แต่หากคุณแม่คลอดทารกเองตามธรรมชาติ ก็อาจใช้เวลานานกว่านั้น อาจนานถึง 1 ชั่วโมง คุณแม่จะรู้สึกว่ามดลูกเริ่มต้นบีบรัดตัวใหม่ แต่จะไม่รุนแรงเท่ากับระยะที่สอง จากนั้นรกที่หลุดลอกแล้วก็จะดันผ่านปากมดลูกที่เปิดกว้างอยู่ออกมาทางช่องคลอด เมื่อรกคลอดออกมาหมดแล้ว คุณหมอจะนำรกไปตรวจเพื่อให้แน่ใจว่ารกลอกตัวออกมาครบหมด และจะกดบริเวณหน้าท้องของคุณแม่เพื่อให้แน่ใจว่ามดลูกเริ่มหดรัดตัวลงแล้ว