Dumex Thailand > Feeding and Nutrition > Pages > colicky_baby.aspx  
Webboard
Mums'stories
Friend Finder




จดจำฉัน

ลูกร้องโคลิค

ปรียาภรณ์-โภชนาการ

แม้จะเป็นเรื่องปกติ แต่การร้องโคลิคอาจรบกวนจิตใจทั้งคุณและลูกได้ ที่น่ายินดีก็คือ อาการนี้เป็นอาการชั่วคราว และลูกน้อยจะสามารถกินนมและเติบโตขึ้นอย่างเป็นปกติได้ อาการโคลิคนั้นไม่มีสาเหตุแน่นอน แต่มีบางอย่างที่คุณแม่สามารถช่วยเหลือลูกน้อยจากอาการนี้ได้ และหากคุณแม่ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม เรายินดีให้ความช่วยเหลือคุณเสมอค่ะ

จรัญญา-พยาบาลวิชาชีพ


คุณแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกกำลังมีอาการโคลิคอยู่หรือไม่

 

 

 

คุณแม่จะสังเกตอาการโคลิคได้จาก อาการหน้าแดง กำมือแน่น ลูกชูขาสูงขึ้นมาถึงหน้าอก พร้อมกับร้องเสียงดังนาน 2 - 3 ชั่วโมง และส่วนใหญ่มักเป็นหลังกินนมประมาณ 15 นาที หรือเวลาอื่นๆ ในช่วง อายุ 2-3 สัปดาห์แรก และอาการโคลิคก็มักจะหายไปเองเมื่อลูกน้อยอายุได้ประมาณ 3 เดือน

 

 

 

 

 

 

 

 อะไรเป็นสาเหตุของอาการโคลิค

 

สาเหตุของอาการโคลิคยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยที่อาจมีความเกี่ยวข้องอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน ปัจจัยหนึ่งก็คือ มีอากาศเข้าไปในท้องลูกมากเกินไปโดยไม่ได้เรอออกมา ท้องของลูกจึงอัดแน่นไปด้วยลมซึ่งทำให้ลูกรู้สึกปวดท้อง อีกปัจจัยหนึ่งก็คือลำไส้ของลูกน้อยกำลังทำงานหนักเกินไปเพื่อจะขับของเสียออกและเริ่มเป็นตะคริว


 

คุณแม่จะช่วยลูกน้อยที่มีอาการโคลิคได้อย่างไร

 

คุณแม่สบายใจได้เลยว่าอาการโคลิคของลูกนั้นไม่ใช่อาการถาวร และจะหายไปเองในไม่ช้า เพียงแต่บางครั้งก็เป็นเรื่องยากที่คุณแม่จะต้องฟังเสียงร้องไห้เป็นเวลานานทุกๆ วัน ลองดูเคล็ดลับในการปลอบลูกน้อยที่กำลังร้องโคลิค เพื่อจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้บ้าง

 

  • อาบน้ำอุ่นให้ลูกน้อย แล้วเอาผ้าห่อตัวลูกไว้ให้อบอุ่น
  •  นวดท้องให้ลูกอย่างนุ่มนวล โดยนวดตามเข็มนาฬิกา
  •  ปรึกษากุมารแพทย์หรือพยาบาลแผนกเด็ก หากต้องการทราบเทคนิคต่างๆ ในการทำให้ลูกเรอ
  • ขยับขาให้ลูกโดยหมุนเป็นวงกลม
  • โยกตัวลูกไปมาเบาๆ หรือพาลูกขึ้นรถเที่ยว การเคลื่อนไหวจะช่วยให้ลูกน้อยสงบลง
  • นมสำหรับทารกบางชนิดจะมีสูตรพิเศษเพื่อช่วยให้นมย่อยได้ง่ายขึ้นและมีอึที่นุ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอาการไม่สบายจากอาการย่อยยากของลูกได้ นมชนิดนี้ยังสามารถป้องกันไม่ให้ลูกกินลมเข้าไปในระหว่างการกินนมมากเกินไป ซึ่งจะทำให้เกิดอาการจุกเสียดได้
     
    หากคุณแม่มีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพของลูกน้อย ทางที่ดีที่สุดควรปรึกษากุมารแพทย์หรือพยาบาลแผนกเด็กของคุณแม่