Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

Web Content Display Web Content Display

อาหารที่ภรรยาตั้งครรภ์ควรทาน

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่พิเศษสุดสำหรับทั้งคุณและภรรยา ในขณะที่คุณแม่ต้องรับบทหนักในการอุ้มท้องเพื่อดูแลลูกน้อยให้เจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ คุณพ่อก็สามารถช่วยเหลือแบ่งเบาภาระและร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้วยกัน

อาหารที่มีประโยชน์สำหรับหญิงมีครรภ์

การตั้งครรภ์นับว่าเป็นงานหนักอย่างหนึ่ง และภรรยาของคุณจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ อาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพจะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานอย่างเพียงพอและช่วยเสริมสร้างความพร้อมของร่างกายสำหรับการคลอด โดยอาหารในแต่ละวันสำหรับหญิงมีครรภ์ควรประกอบด้วย 

  • ผักและผลไม้สด – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลไม้จำพวกมะนาวหรือส้มและผักใบเขียว
  •  คาร์โบไฮเดรต – แหล่งอาหารที่อุดมด้วยคาร์โบไฮเดรตคือ ขนมปัง ข้าว มันฝรั่งและธัญพืช
  • ผลิตภัณฑ์นม – โยเกิร์ตและชีส
  •  เนื้อไม่ติดมันหรือปลา – โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาทูน่า ปลาทู ปลาอินทรี หรือปลากระพง

ประโยชน์ของปลา

การรับประทานปลาสัปดาห์ละครั้ง มีประโยชน์ต่อภรรยาและลูกน้อยของคุณมากทีเดียว ผลการวิจัยชี้ว่าการรับประทานปลาช่วยป้องกันการคลอดก่อนกำหนดได้ รวมถึงน้ำมันปลา เช่น ปลาทูน่า ปลาทู ก็ยังมีประโยชน์ต่อพัฒนาการในการมองเห็นของลูกน้อยอีกด้วย แต่ควรระมัดระวังอย่าให้ภรรยาของคุณรับประทานปลาที่มีไขมันสูงเกิน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากปลาเหล่านี้อาจมีระดับของสารปรอทตกค้างสูง 

ดื่มน้ำให้เพียงพอ

หากร่างกายขาดน้ำอาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดศีรษะและเกิดความผิดปกติของกระเพาะปัสสาวะและไตได้ ดังนั้น คุณต้องแน่ใจว่าภรรยาของคุณดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้เจือจางเพียงพอตลอดทั้งวัน 

การทานมังสวิรัติหรือกินเจในขณะที่ตั้งครรภ์จะเป็นอันตรายหรือไม่

ภรรยาของคุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตอย่างรวดเร็วจนเกินไป การรับประทานมังสวิรัติหรือกินเจโดยได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่จะช่วยให้ร่างกายของคุณแม่และลูกน้อยได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเพียงพอ แต่ถ้าหากอาหารที่คุณแม่รับประทานดูไม่ค่อยจะมีประโยชน์มากเท่าไรนัก ก็อาจจำเป็นต้องให้คุณแม่ทานวิตามินเสริมเช่น วิตามินบี 12 และวิตามินดี เพิ่ม เป็นต้น 

 

อาหารที่ภรรยาของคุณหรือคนท้องไม่ควรกิน

  • ตับบดหรือเนื้อบด เนื่องจากอาจไม่สะอาดพอ
  • นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
  • สัตว์น้ำที่มีเปลือก เช่น กุ้ง
  • ถั่วลิสง
  • ไข่ที่ปรุงไม่สุก
  • ตับและผลิตภัณฑ์จากตับ
  • ชีสที่ทำจากนมซึ่งไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ( Blue-veined cheeses) เช่น brie, camembert, goat's cheese และ สติลตันชีส 

ความสำคัญของกรดโฟลิค

กรดโฟลิคมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดภาวะเยื่อหุ้มไขสันหลังปิดไม่สนิทที่เรียกว่า Spina Bifida และภาวะทารกในครรภ์ไม่มีกะโหลกศีรษะ (Anencephaly) ได้ 

คุณพ่ออาจเสริมกรดโฟลิคให้แก่ภรรยาของคุณด้วยการให้รับประทานอาหารบางอย่าง แต่ในทางปฏิบัติแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับกรดโฟลิคอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว ดังนั้น แพทย์จึงแนะนำให้หญิงตั้งครรภ์หรือหญิงที่ต้องการจะมีลูกรับประทานกรดโฟลิค 400 ไมโครกรัมต่อวัน ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 ของการตั้งครรภ์ หากภรรยาของคุณต้องการที่จะรับประทานกรดโฟลิคต่อไปหลังจากนั้น ควรปรึกษาสูติแพทย์หรือพยาบาลผดุงครรภ์ว่าควรรับประทานวันละเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม

อาหารที่อุดมไปด้วยกรดโฟลิค

  • ผักใบเขียว
  • ธัญพืชไม่ขัดขาว
  • ส้ม
  • เกรปฟรุต
  • กล้วย
  • ถั่วชนิดต่างๆ
  • นมและโยเกิร์ต
  • ยีสต์และมอลต์สกัด 

ธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ

คนส่วนใหญ่ได้รับธาตุเหล็กในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วยการรับประทานอาหารให้ครบ      5 หมู่ แต่สำหรับหญิงตั้งครรภ์นั้นต้องการธาตุเหล็กมากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักขาดธาตุเหล็ก แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่สามารถช่วยให้ภรรยาของคุณได้รับธาตุเหล็กอย่างเพียงพอ 
 

อาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก

  • ไข่ ผลไม้อบแห้ง
  • เนื้อสัตว์
  • ผักใบเขียวเช่น ผักบุ้งจีน มะเขือพวง ผักขม
  • ถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วอัลมอนด์ ถั่วเหลือง
  • ข้าวกล้องและธัญพืช
  • ผลไม้อบแห้ง 
 

การเตรียมอาหารให้กับภรรยา

การดูแลเอาใจใส่ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ด้วยการทำอาหารให้เธอทานเป็นการแสดงออกที่น่ารัก แต่ ก็ มีข้อควรระวังที่สำคัญ 2-3 ข้อที่ควรทราบไว้ ดังนี้ 
หากคุณปรุงอาหารประเภทเนื้อ ควรปรุงให้สุกทั่วทั้งหมด และต้องล้างผักและผลไม้ให้สะอาดเพื่อป้องกันการติดเชื้อท็อกโซพลาสมาซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมองอักเสบชนิดหนึ่ง ( Toxoplasmosis)

 

กาแฟเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่

ข่าวดีสำหรับภรรยาของคุณก็คือไม่จำเป็นต้องเลิกดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แต่ก็ไม่ควรดื่มกาแฟเกิน 4 แก้วต่อวัน ดังที่ระบุไว้ในผลการศึกษาวิจัย  นอกจากนี้ ภรรยาของคุณอาจไม่ทราบว่าเครื่องดื่มโคล่าก็มีคาเฟอีนผสมอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นคุณควรบอกให้เธอทราบเพื่อจะได้เปลี่ยนไปดื่มโคล่าแบบที่ไม่มีคาเฟอีนแทน เพื่อร่างกายจะได้ไม่รับคาเฟอีนมากเกินไป 
 

การดื่มแอลกอฮอล์ช่วงตั้งครรภ์

เราทุกคนต่างทราบกันดีว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แล้วหากจะดื่มไวน์สักแก้วจะเป็นอันตรายหรือไม่ ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกแน่ชัดว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อยถึงปานกลาง (ซึ่งน้อยกว่า 1 แก้วต่อวัน) จะส่งผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์ ในขณะที่แพทย์ยังไม่สามารถระบุความเสี่ยงได้ ควรให้ภรรยาของคุณหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดระหว่างตั้งครรภ์ไว้จะเป็นการดีที่สุด ซึ่งอันที่จริงแล้วภรรยาของคุณก็อาจไม่รู้สึกอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่าไรนัก ช่วงที่เธอกำลังมีอาการแพ้ท้องอยู่ 
 

การสูบบุหรี่ช่วงตั้งครรภ์

คุณอาจไม่รู้สึกแปลกใจที่ทราบว่าการสูบบุหรี่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ โดยควันบุหรี่จะลดปริมาณออกซิเจนที่ร่างกายได้รับซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์และยังทำให้ทารกเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตในครรภ์เมื่อครบกำหนดคลอดหรือการคลอดก่อนกำหนดอีกด้วย และเมื่อคลอดออกมาแล้ว ลูกน้อยของคุณก็ยังมีโอกาสเสี่ยงต่อการไหลตายได้ ดังนั้น หากภรรยาของคุณยังไม่เลิกสูบบุหรี่ คุณพ่อควรช่วยให้เธอเลิกบุหรี่ให้ได้

การรับประทานอาหารระหว่างตั้งครรภ์

เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ลูกน้อยของคุณต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์ และเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ภรรยาของคุณจำเป็นต้องรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทั้งนี้ เป็นเรื่องปกติที่ภรรยาของคุณจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นในขณะที่ตั้งครรภ์ หากภรรยากังวลเรื่องน้ำหนักตัว คุณควรแนะนำให้เธอปรึกษากับแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ ก่อนเริ่มวางแผนลดน้ำหนักใดๆ