Dumex Thailand > Pregnancy > Pages > scans_during_pregnancy.aspx  
Webboard
Mums'stories
Friend Finder




จดจำฉัน

การตรวจครรภ์ระหว่างตั้งครรภ์

วารุณี-พยาบาลและคุณแม่

การตรวจครรภ์อาจทำให้ว่าที่คุณแม่บางท่านรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อย  แต่จริงๆแล้วไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ เพราะการตรวจครรภ์ชนิดต่างๆจะช่วยให้คุณแน่ใจว่าลูกน้อยในครรภ์มีพัฒนาการที่แข็งแรงสมบูรณ์ และคุณยังได้เห็นลูกน้อยเคลื่อนไหวไปมาได้อีกด้วย ข้อมูลต่อไปนี้จะอธิบายถึงการตรวจครรภ์หลักๆที่คุณอาจได้รับในช่วงตั้งครรภ์ เพื่อที่คุณจะได้ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณบ้าง หากคุณมีข้อสงสัยใดๆ เรายินดีช่วยเหลือคุณทุกเมื่อค่ะ

วารุณี-พยาบาลและคุณแม่

 
0 2740 3333

การตรวจอัลตราซาวนด์คืออะไร

 

การตรวจอัลตร้าซาวนด์ที่สำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ ได้กำหนดไว้มีอยู่ด้วยกัน 2  ชนิดคือ การตรวจอัลตร้าซาวนด์ในสัปดาห์ที่ 12 เพื่อคำนวณวันครบกำหนดคลอด ( Dating scan) และการตรวจอัลตร้าซาวนด์ในสัปดาห์ที่ 20 เพื่อหาความผิดปกติของทารกในครรภ์ ( Anomaly scan) สถานพยาบาลบางแห่งอาจตรวจอัลตร้าซาวนด์ในสัปดาห์ที่ 20 เพียงอย่างเดียวเป็นมาตรฐาน ในขณะที่สถานพยาบาลบางแห่งจะตรวจอัลตร้าซาวนด์ทั้ง 2 ชนิด


การตรวจครรภ์ส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงในที่นี้เป็นการตรวจครรภ์โดยใช้คลื่นอัลตร้าซาวนด์ โดยแพทย์จะทาเจลลงบนท้องของคุณ จากนั้นจะใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับใช้มือจับซึ่งเรียกว่าทรานส์ดิวเซอร์ ( Transducer) เคลื่อนไปบนผิวหน้าท้องของคุณ ซึ่งจะส่งภาพของลูกน้อยในครรภ์ไปที่จอภาพ การตรวจอัลตร้าซาวนด์ในบางครั้ง แพทย์อาจขอให้คุณกลั้นปัสสาวะเอาไว้เพื่อให้มีน้ำเต็มกระเพาะปัสสาวะ เพื่อจะช่วยดันมดลูกไปข้างหน้าทำให้ได้ภาพที่ชัดเจนขึ้น


 

ประเภทของการตรวจอัลตร้าซาวนด์:

 

การตรวจอัลตร้าซาวนด์ในระยะแรกเริ่ม

 

หากคุณมีอาการปวดหรือมีเลือดออก เคยแท้งบุตรมาก่อนหน้านี้หรือเคยตั้งครรภ์นอกมดลูก ( Ectopic pregnancy) คุณอาจจะต้องรับการตรวจอัลตร้าซาวนด์ตั้งแต่เนิ่นๆ ในช่วงที่ตั้งครรภ์ได้ 6 - 10 สัปดาห์ เพราะในช่วงนี้ ลูกน้อยในครรภ์ยังมีขนาดเล็กมาก ดังนั้น เพื่อให้ได้ภาพที่ละเอียดชัดเจนมากที่สุด การตรวจครรภ์ในช่วงนี้ แพทย์จะใช้หัวอัลตร้าซาวนด์ขนาดเล็กสอดเข้าไปในช่องคลอดของคุณ 
 
การตรวจอัลตร้าซาวนด์ชนิดนี้ มีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่เป็นธรรมดาที่คุณอาจจะรู้สึกกังวลบ้างเล็กน้อย เพราะฉะนั้นขอให้ปรึกษากับพยาบาลผดุงครรภ์หรือสูติแพทย์ของคุณ ซึ่งทั้งสองท่านนี้จะช่วยตอบคำถามต่างๆ ของคุณได้ และขอให้จำไว้ว่าการตรวจนี้จะช่วยตรวจสอบว่าลูกน้อยในครรภ์มีสุขภาพสมบูรณ์ดี เพื่อคลายความวิตกกังวลระหว่างการตั้งครรภ์ลงให้มากที่สุด

 

 


การตรวจอัลตร้าซาวนด์เพื่อคำนวณวันคลอด 

 

การตรวจอัลตร้าซาวนด์ในช่วง 6 - 12 สัปดาห์ เป็นการตรวจมาตรฐานในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ การตรวจนี้จะช่วยให้คุณทราบวันครบกำหนดคลอดที่แน่นอน อีกทั้งยังช่วยทำให้ทราบรายละเอียดที่สำคัญหลายๆ ด้านอีกด้วย เช่น อายุของลูกน้อยในครรภ์ จำนวนลูกน้อยในครรภ์ การเต้นของหัวใจ ตรวจดูว่ามีสิ่งผิดปกติใดๆ ที่เห็นได้ชัดหรือไม่ ตรวจดูว่ารังไข่อยู่ในสภาพปกติดีหรือไม่

 

 

การตรวจจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยระหว่างนั้นภาพของลูกน้อยในครรภ์จะถูกถ่ายเก็บไว้ การได้เห็นลูกน้อยในครรภ์บนหน้าจอเป็นประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น และคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะรู้สึกตื้นตันใจ คุณจะได้รับภาพถ่ายของลูกน้อยกลับบ้าน ( โรงพยาบาลบางแห่งอาจคิดค่าบริการสำหรับภาพถ่าย ) ซึ่งคุณสามารถนำไปอวดคนที่คุณรักเพื่อร่วมแบ่งปันประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นนี้ได้ด้วย

 

การตรวจอัลตร้าซาวนด์เพื่อวัดความหนาของน้ำที่สะสมบริเวณต้นคอทารก ( Nuchal translucency scan;NT)

การตรวจอัลตร้าซาวนด์ชนิดนี้ เป็นการตรวจที่ไม่ลุกล้ำเข้าไปในร่างกาย ( non-invasive) และไม่มีอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์ โดยปกติจะเริ่มตรวจเมื่อตั้งครรภ์ได้ 11 ถึง 14 สัปดาห์ แต่โรงพยาบาลบางแห่งไม่เสนอการตรวจครรภ์ชนิดนี้ หากโรงพยาบาลของคุณไม่เสนอการตรวจครรภ์ชนิดนี้ คุณสามารถขอรับบริการตรวจครรภ์ชนิดนี้ด้วยตัวเอง การตรวจอัลตร้าซาวนด์เพื่อวัดความหนาของน้ำที่สะสมบริเวณต้นคอทารก เป็นการประเมินโอกาสเสี่ยงของกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม ( Down’s Syndrome) หรือความผิดปกติทางโครโมโซมอื่นๆ ของทารกในครรภ์ โดยจะประเมินจากอายุของว่าที่คุณแม่ ความหนาของน้ำที่สะสมบริเวณต้นคอของทารก กระดูกสันจมูกของทารกและผลการตรวจเลือด หากผลการตรวจชี้ว่าอาจมีโอกาสเสี่ยงสูง คุณอาจต้องรับการตรวจอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การตรวจน้ำคร่ำ ( amniocentesis test) เพื่อให้ทราบผลที่แน่ชัด ว่าที่คุณแม่และว่าที่คุณพ่อสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจชนิดนี้กับพยาบาลผดุงครรภ์หรือสูติแพทย์ได้

 

การตรวจครรภ์กลางไตรมาสที่สอง (ช่วง 4-6 เดือน)

 

หากเป็นไปได้ คุณแม่ควรเข้ารับการตรวจครรภ์กลางไตรมาสที่สอง (ช่วงครรภ์ 4 - 6 เดือน) ซึ่งการตรวจในระยะนี้ คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้สึกตื่นเต้น เพราะไม่เพียงแต่เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่คุณแม่ยังจะได้เห็นรูปร่างหน้าตาของลูกน้อยที่ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย และคุณยังได้ทราบด้วยว่าลูกน้อยในครรภ์ของคุณเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการทราบเพศของลูกน้อยเมื่อตอนคลอดเพื่อความตื่นเต้น แพทย์ก็จะยังไม่เปิดเผยเรื่องนี้ให้คุณทราบ การตรวจนี้จะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที และโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะจำหน่ายรูปถ่ายจากการตรวจอัลตร้าซาวนด์ให้คุณ ถ้าคุณต้องการ


โดยปกติ การตรวจนี้จะทำในช่วงสัปดาห์ที่ 18 - 21 ซึ่งจะช่วยให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจความสมบูรณ์ของลูกน้อยในครรภ์ทั่วทั้งร่างกาย โดยแพทย์จะตรวจดูอวัยวะส่วนต่างๆ ต่อไปนี้

  • ศีรษะของเด็กเพื่อหาความผิดปกติของสมองหรือปากแหว่งเพดานโหว่
  • กระดูกสันหลังและท้องเพื่อดูว่าอวัยวะเหล่านี้จัดเรียงอยู่ในแนวเดียวกันและมีพัฒนาการที่เหมาะสมหรือไม่
  • ขนาดและรูปร่างของหัวใจของทารก
  • ท้อง ซึ่งควรอยู่ถัดจากหัวใจลงไป คุณอาจจะเห็นน้ำคร่ำบางส่วนที่ลูกน้อยของคุณกลืนเข้าไป ซึ่งจะดูคล้ายกับฟองอากาศสีดำในท้องของลูกน้อย
  • ไตและกระเพาะปัสสาวะของทารก
  • มือและเท้าทั้งสองข้างของทารก ถึงแม้ว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอาจจะไม่ถึงกับนับนิ้วมือนิ้วเท้าเด็กก็ตาม
  • รก สายสะดือและน้ำคร่ำ
  • วัดขนาดรอบศีรษะของทารก ท้องและกระดูกต้นขาเพื่อให้แน่ใจว่าอวัยวะต่างๆ เหล่านี้มีพัฒนาการที่สมบูรณ์เท่าเทียมกัน
    หากมีสัญญาณของความผิดปกติใดๆ ขอให้คุณปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการตรวจครรภ์ชนิดอื่นๆ ต่อไป


การตรวจพัฒนาการของทารก

 

การตรวจอัลตร้าซาวนด์ชนิดนี้ เป็นการตรวจเพื่อดูว่าลูกน้อยในครรภ์ของคุณกำลังเติบโตและมีพัฒนาการที่แข็งแรงสมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งโดยปกติแล้ว แพทย์จะใช้วิธีการตรวจชนิดนี้ในกรณีที่มีความกังวลเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของลูกน้อย